The Alhambra ปราสาทแบบมุสลิมที่สมบูรณ์ที่สุดในสเปน 🇪🇸

The Alhambra ที่เมือง Granada ถือเป็นไฮไลต์แห่งหนึ่งของประเทศสเปน The Alhambra เป็นป้อมปราการ และราชวังสถาปัตยกรรมแบบมุสลิมที่ความสมบูรณ์ระดับต้น ๆ ของโลก

The Alhambra ปราสาทแบบมุสลิมที่สมบูรณ์ที่สุดในสเปน 🇪🇸
The Alhambra

ประเทศสเปนเต็มไปด้วยสถานที่ที่สวยแปลกตามากมาย ที่นี่ก็เช่นกัน The Alhambra ที่เมือง Granada ถือเป็นไฮไลต์แห่งหนึ่งของประเทศสเปน

The Alhambra เป็นป้อมปราการ และราชวังสถาปัตยกรรมแบบมุสลิมที่ความสมบูรณ์ระดับต้น ๆ ของโลก สร้างโดยในปี 1238 โดย สุลต่าน Muhammad I ของราชวงศ์ Nasrid ราชวงศ์มุสลิมสุดท้าย ที่ถอยร่นมาจากส่วน ๆ อื่น ๆ ของสเปน สร้างขึ้นเพื่อเป็นฐานที่มั่นในการต้านกำลังของกองทัพชาวคริสต์ที่คืบคลานลงมาจากตอนบน และตอนกลางของสเปน โดยที่ Granada เป็นเมืองที่ตั้งมั่นเมืองสุดท้ายของชาวมุสลิมก่อนที่จะโดนกองกำลังชาวคริสต์ยึดเมือง การยึดพื้นที่ของกองกำลังชาวคริสต์เรียกว่า Reconquista อ่านประวัติโดยย่อในส่วนของ Reconquista ได้ตามลิงค์ด้านล่าง

ประวัติศาสตร์โดยย่อของสเปน เน้นเหตุการณ์ ช่วง Reconquista
ประวัติศาสตร์โดยย่อของสเปน เน้นเหตุการณ์ ช่วง Reconquista

สุลต่าน Muhammad I เลือกที่ตั้งในการสร้าง The Alhambra บนภูเขา โลเคชั่นเหมาะสำหรับการสร้างป้อมปราการ เพราะถูกรายล้อมด้วยเทือกเขา และแม่นำ้ด้านล่าง ภายหลังได้รับการต่อเติมจากสุลต่านคนถัด ๆ มาจนกลายเป็นราชวัง และเป็นเมืองย่อม ๆ ที่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง

The Alhambra แปลได้ว่าป้อมปราการสีแดง ซึ่งมาจากดินสีแดงที่เป็นวัสดุหลักในการสร้างสถานที่แห่งนี้

The Alhambra ป้อมปราการสีแดง และเมือง Granada ที่รายล้อมอยู่ด้านล่าง

หลังจากที่เมือง Granada ถูกยึด โดยกองทัพคริสเตียนของ Queen Isabella  The Alhambra ก็กลายเป็นที่พักอาศัยของราชวงศ์คริสเตียน และเริ่มมีการต่อเติมศิลปะแบบตะวันตกมากขึ้น

The Alhambra มีบริเวณค่อนข้างกว้าง แบ่งออกเป็นส่วน ๆ ดังนี้

1) Alcazaba เป็นโซนป้อมปราการ ที่ถูกสร้างเป็นส่วนแรก นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่ของทหารอีกด้วย

Alcazaba มองจากฝั่งตรงข้าม
โซนป้อมปราการ ยังเป็นที่โซนบ้านพักของทหาร อิฐก่อสร้างเป็นซากของบ้านพักที่พังไปแล้ว ขอบอิฐด้านในก็คือห้องในสมัยก่อน
ป้อมปราการ ไม่ค่อยมีอะไรมาก แต่เป็นจุดชมวิวเมืองที่สวยมาก
บ้านเรือนในย่าน Albayzín ย่านเก่าแก่ที่ชาวมุสลิมอาศัยอยู่

2) The Nasrid Palaces เป็นส่วนวัง โดยมีวังหลายวัง ถูกสร้างเพิ่มขึ้นโดยสุลต่านแต่ละพระองค์ที่ขึ้นครองราชย์

งานสถาปัตยกรรมเป็นแบบมุสลิมเป็นส่วนใหญ่ ลวดลายแปลกตาทรงเลขาคณิต ไม่มีภาพวาด หรืองานรูปปั้น สัดส่วนของรูปทรงได้สัดส่วนพอเหมาะ และสมมาตรกันอย่างที่คิดมาแล้ว บางส่วนจะมีการเพิ่มสัญลักษณ์ทางศานาคริสต์เป็นบางส่วน ซึ่งถูกเพิ่มเติมภายหลังจากที่ราชวงศ์คริสเตียนยึดครองได้

นอกจากนี้ยังมีการใช้น้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของการตกแต่ง เพราะน้ำถือเป็นสัญลักษณ์ความบริสุทธิ์ สะอาดของชาวมุสลิม การใช้น้ำของที่นี่จะเป็นแบบน้ำพุเล็ก ๆ เสียงเบา ๆ หรือเป็น reflecting pool อะไรแบบนั้น

ส่วนแรกที่เข้าไปก็ว้าวเลย ลวดลายสวย ละเอียดสะใจมาก
รูปทรงสไตล์ศิลปะแบบมุสลิม ไม่มีรูปภาพ
ความละเอียดของกำแพง ประตูทรงเกือกม้า และคำสรรเสริญพระเจ้า สัญลักษณ์อีกอย่างของศิลปะแบบมุสลิม
เพดานสวยมาก เค้าทำทีละชิ้นแล้วเอามาประกอบกัน จริงๆ แล้วมันเคยเป็นสีฟ้า (เมื่อก่อนสีฟ้าราคาแพง) ปัจจุบันสีหายไปเหลือแต่สีขาว
Court of the Myrtles มีบ่อพุเสียงเบา ๆ สระน้ำตรงกลางเป็น reflecting pool
เพดานของ Hall of the Ambassadors เป็นโถงที่สวยมาก ๆ เหมือนมองดาวบนท้องฟ้า (เพ้อไปเอง)
Palace of the Lions เป็นจุดรวมห้องส่วนตัวของราชวงศ์
กำแพง เพดาน ซุ้มประตู ไร้คำบรรยาย
Patio of the Lions
Hall of the Two Sisters ห้องนี้ถือว่าสุด
ก่อนจะเดินครบรอบ ส่งท้ายด้วยหน้าต่างสวย ๆ 

3)  Charles V Palace

เป็นบริเวณที่ดูแปลกแยก เพราะเป็นวังแบบของราชวงศ์คริสเตียนที่สร้างในภายหลัง เรียกได้ว่าสู้กันไม่ได้ ข้างในวัง มีมิวเซียมด้วย แวะเข้าไปดูมีบอกว่าเพดานสวย ๆ นั้นประกอบอย่างไร

Palace of Charles V สร้างโดย Charles V คิงจากฝั่งคริสเตียน เดาได้จากหน้าตาที่ต่างกับปราสาทมุสลิมที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง เห็นว่าได้แรงบันดาลใจจากอิตาลี มิวเซียมอยู่ในนี้แหละ
ด้านใน Palace of Charles V หน้าตาอิตาลีมาก
Wine Gate เป็นประตูหลักก่อนเข้าสู่ส่วนของวัง ว่ากันว่าเรียกว่าถูกเรียกว่า Wine gate เพราะว่าคนที่จะเข้าไปด้านในต้องทิ้งไวน์ที่ยังไม่ได้กินไว้ตรงนี้
Partal Palace สร้างโดย Muhammad III แต่ได้รับการปรับปรุงมาเรื่อย ๆ พร้อม reflecting pool ขนาดใหญ่

4)  Generalife สวนขนาดใหญ่ที่อยู่นอกกำแพง เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ และยังเป็นที่ทำการเกษตรกรรมอีกด้วย

นำ้พุ และบ่อน้ำ อีกแล้ว
วิวจากฝั่ง Generalife
Patio of the Irrigation Ditch จุดหมายสำคัญของ Generalife
น้ำพุ ดอกไม้

การเดินทาง

The Alhambra เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต สุด Exotic ของสเปน ตั๋วหมดเร็วมาก แนะนำจองล่วงหน้า อย่าไปลุ้นซื้อตั๋วหน้างานเป็นอันขาด หลังจากซื้อตั๋ว ตั๋วจะระบุว่าให้เข้าชมได้กี่โมง ซึ่งจุดที่ระบุว่าเวลาให้เข้าชมเป๊ะ ๆ คือทางเข้าชมส่วนของ The Nasrid Palaces ซึ่งเป็นส่วนด้านใน ต้องเดินจากจุดขายตั๋วด้านหน้าไปหลายร้อยเมตร และคิวเข้า Nasrid Palaces ยาวมาก มีคำแนะนำให้ไปถึง The Alhambra ก่อนเวลาที่ระบุในตั๋ว 90 นาที

📌 คนที่มีงบ สามารถไปกับไกด์ทัวร์ จะช่วยลดเวลาในการต่อคิวเข้า Nasrid Palaces ได้นะ เราก็ไปกะไกด์ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ถ้าเดินเอง ค่อย ๆ ไปสงสัยเดินได้ทั้งวัน

เนื่องจาก The Alhambra อยู่บนภูเขา เดินขึ้นจากเมือง Granada ได้ แต่เหนื่อยแฮ่ก หารถเมล์ หรือขึ้นแท็กซี่ไปเหอะนะ ขาลงเดินลงสวย ๆ ได้

เมือง Granada ยังมีจุดท่องเที่ยวอีกหลายที่ ไปต่อกันบล็อกหน้านะ

ทางเดินลงกลับไปในเมือง