Camino Day 14 : O Pedrouzo - Santiago de Compostela ถึงแล้ว
วันสุดท้ายแล้ว ใกล้ถึงแล้ว พวกเราก็อึดกันเหมือนกันนะเนี่ย
ในที่สุดวันนี้ก็ไม่มีฮีทเวฟแล้ว แถมยังเดินสั้นอีกด้วย อากาศชื้น เดินสบาย กำลังใจมาเต็ม ทุกคนดูอารมณ์ดี ครึกครื้นเป็นพิเศษ

เดิน ๆ ไปเผอิญไปป๊ะกับสองสาว แอนนา กับคริสซี่อีกแล้ว พวกเรานี่ดวงสมพงษ์กันจริง ๆ เดินเจอกันตลอด โดยไม่เคยต้องนัด วันนี้ได้คุยกับบาทหลวงแอนดี้ กับเจอร์รี่ ที่มาจากอเมริกาเหมือนกัน จริง ๆ เจอมาหลายครั้งละ แต่ไม่ได้คุยกันสักที
บาทหลวงแอนดี้แกเล่าว่าแกเจ็บเท้ามาก บอกว่าเจ็บมาตั้งแต่ Burgos เราคำนวณในใจคร่าว ๆ โห นี่หลวงพอเดินกะเผลกมาประมาณ 500 กิโล แล้ว โหดมาก หลวงพ่อบอกว่า แล้วแต่พระเจ้า ให้พระเจ้านำทาง ส่วนพี่เจอร์รี่แกมารอบสองแล้ว เดินฟูลทั้งสองรอบ บอกว่าชอบมากเลยกลับมาเดินซ้ำ
เดินเพลิน ๆ วันนี้ มีผ่านเมืองชื่อแปลก Lavacolla แปลตรงตัวว่า ล้างของสงวน ชื่อมาจากสมัยยุคโบราณว่าคนเดิน pilgrim ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้อาบน้ำ แล้วพอผ่านเมืองนี้จะมีจุดที่ลงไปล้างเนื้อล้างตัวได้บ้าง ก่อนที่จะไปถึงเมืองซานติเอโก
ตรงข้ามลำธารที่เค้าใช้ล้างตัวกันสมัยก่อนคือป้ายหลักกิโล 10 ซึ่งคือเหลือแค่สิบกิโลจ้า

เดินไปอีกไม่นาน เราก็เริ่มเข้าเขตเมืองซานติเอโก พอเค้าชายเขตเมืองก็เริ่มมีป้ายให้เราถ่ายรูปให้ใจชื้น แต่ยังไม่ถึงนะ ยังต้องเดินต่อไปอีกตั้ง 3-4 กิโลก่อนที่จะถึง Cathedral ของเมือง
เมือง Santiago de Compostela เป็นเมืองเก่าแก่สมัยโรมัน ชื่อเดิมคือ Compostela (แปลว่า ทุ่งแห่งดวงดาว) เป็นเมืองหลวงของแคว้นกาลิเซีย
เมืองนี้เป็นเมืองใหญ่ ตึกสีขาวคุมโทน สวยแปลกตาดี เมื่อยิ่งเข้าใกล้เขตเมืองเก่าที่ Cathedral ตั้งอยู่ เมืองก็เต็มไปด้วยผู้คน นักท่องเที่ยว (เดาว่าเป็น pilgrim ซะส่วนมาก) ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และอื่น ๆ คือจัดได้ว่าเป็นเมืองท่องเทียวเต็มรูปแบบเลยทีเดียว เขตเมืองเก่านี้ยังเป็น Unesco Heritage Site ตั้งแต่ปี 1985


ยิ่งเดินเข้าใกล้ Cathedral บรรยากาศก็ยิ่งคึกคัก Pilgrim มีร้องเพลงไป เต้นรำไป ก่อนที่จะถึงโบสถ์ ได้บรรยากาศดีมาก
ลานหน้าโบสถ์ทางทิศตะวันตก Praza de Obradoiro เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่มาร่วมเดิน Camino กัน เมื่อไปถึงจะเห็นคนนั่ง นอน ยืน ฉลอง ร้องเพลง และที่สำคัญคือถ่ายรูป กันอยู่เต็มลาน นอกจากนี้ ด้านฝั่งตะวันตกของ Cathedral นี้เป็นรูปที่อยู่บนเหรียญยูโร 1, 2 และ 5 เซ็นต์ อีกด้วย

เมื่อมาถึง ถึงแม้จะไม่ได้มีพิธีฉลอง หรือเครื่องหมายต้อนรับใด ๆ จากเมือง หรือจากโบสถ์อย่างเป็นทางการ แต่สำหรับเรา พิธีฉลองอย่างเป็นทางการสำหรับเหล่า Pilgrim คือการมาถึงลานแห่งนี้ ร่วมกันยินดีแชร์ความสำเร็จกับทุก ๆ คน การได้เข้าร่วมพิธีมิซซา และได้เคารพหลุมศพของเซนต์เจมส์ใน Cathedral แห่งนี้
สำหรับพิธีมิซซามีจัดทุกวัน วันละหลาย ๆ รอบ สามารถเช็คเวลาได้ในเวปไซต์
บางคนที่ใช้เวลาหลายสิบวันในการเดินอาจจะมีอาการอึน ๆ ว่าเดินมาถึง แล้วมาดูโบสถ์แค่เนี้ยนะ อารมณ์อาจจะค้าง ซึ่งหากต้องการจะเดินต่อก็สามารถเดินทางต่อไปได้จนถึงเมือง Finisterre ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 86 กิโล เมือง Finisterre อยู่ด้านตะวันตกติดกับมหาสมุทร Atlantic ซึ่งบางคนถือว่าเป็นจุดสิ้นทางเดินทางธรรมชาติ หรืออีกออปชั่นนึงคือเดินต่อไปยังเมือง Muxia ซึ่งเลย Finisterre ขึ้นไปอีก ถ้าใครดูหนัง The Way (2010) ตัวหลักของเรื่องก็เดินต่อไปจนจบที่ Muxia เช่นเดียวกัน
แต่สำหรับเรา จบการเดินประมาณเกือบ 290 กิโลเพียงเท่านี้ วันนี้เรามาร่วมพิธีมิซซาในโบสถ์ไม่ทันรอบเที่ยง ไว้เราค่อยกลับมาทีหลัง ส่วนตอนนี้เราได้นั่งมองโบสถ์ร่วมกับเพื่อนร่วมทาง โบสถ์ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งรางวัลของความมุ่งมั่น การอดทนความเจ็บปวด การไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคทั้งหลาย และเราได้ฉลองความสำเร็จนี้ กับทุก ๆ คน ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะไม่รู้จักกัน และมาเดินด้วยจุดประสงค์ต่างกัน แต่เราก็จะรู้สึกเชื่อมโยงถึงกันได้ เพราะเรามีจุดหมายปลายทางเดียวกัน
Buen Camino ขอบคุณสำหรับทุก ๆ อย่างในการเดินทางครั้งนี้ แล้วเราจะได้พบกันใหม่
สำหรับประกาศนียบัตรที่เดินจนถึง หรือที่เรียกวันว่า Compostela เราสามารถไปเอาได้ที่ Pilgrim Reception Office ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับ Praza de Obradoiro ซึ่งก็มีอาสาสมัครคอยอำนวยความสะดวก และเพียงแค่ยื่น Pilgrim passport ที่เราแสตมป์ตรายางมาตลอดการเดินทางให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็จะออกประกาศนียบัตรให้ฟรี เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเราเคยมาเดิน Camino de Santiago
ตอนเย็นแอนนากับคริสซี่ส่งข้อความมาบอกว่าจะเข้าพิธิมิซซาที่ Cathedral เราเลยไปร่วมด้วย มัวแต่ไปทำ Compostela ทำให้มาถึงโบสถ์ก่อนพิธีจะเริ่มไม่นาน ทางเข้าหลักของโบสถ์อยู่ฝั่งทิศใต้ (ไม่ใช่ด้านที่มีลาน) พอเข้าไป คนเยอะมากกก เห็นว่าที่นั่งจุได้ประมาณ 1,000 คน ซึ่งจะเต็มเร็วมาก ต้องมาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนหน้า ทำให้ความรู้สึกของพิธีมิซซานั้นไม่ค่อยอบอุ่น เมื่อเทียบกับโบสถ์เล็ก ๆ ระหว่างทาง แต่โบสถ์นี้มีไอเท็มลับคือเต้ากำยานที่กระจายควันกำยานที่ใหญ่ที่สุดในโลก เรียกว่า butafumeiro น้ำหนัก 53 กิโลกรัม สูง 1.5 เมตร และต้องใช้พระทั้งหมด 8 รูปยกขึ้นสูง 20 เมตร และแกว่งตามกว้างของโบสถ์ด้วยความเร็ว 68 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ว่ากันแบบขำ ๆ ว่าที่ต้องใช้เต้ากำยานที่ใหญ่ และปล่อยควันได้ขนาดนี้ ก็เพื่อกลบกลิ่นของ pilgrim ที่อาจจะไม่สะอาดนักที่มาเข้าร่วมพิธีมิซซา แต่ระหว่างพิธีมิซซาในวันนี้ ไม่ได้นำ butafumeiro ออกมาปฏิบัติการ เหมือน จะออกมาเฉพาะวันสำคัญ ไม่แน่ใจว่าทำไม เพื่อนเราบอกว่าตอนเที่ยงเค้ายังเอาออกมาแกว่ง ไว้เราจะกลับมาใหม่

สรุประยะเดิน
- ระยะทาง : 19.3 กิโลเมตร
- ระยะเวลาโดยประมาณ : 5 ชั่วโมง
- ระยะความสูง : เดินขึ้นทั้งหมด 368 เมตร ลงทั้งหมด 407 เมตร
- ความยากง่าย : เกรด 2.5/5
- สภาพอากาศ : อากาศดี เดินสบาย
