Camino Day 4 : Rabanal del Camino - Molinaseca ข้ามเขาลูกแรก ทางลงถึงกับขาสั่น
วันนี้เริ่มกันเช้ากว่าเมื่อวาน เพราะวันนี้จะเดินไกลขึ้น และขึ้น-ลง เขา ช่วงเช้าเราเดินขึ้นเขากันยาว ๆ สำหรับใครยังไม่ได้เอาหินมาจากบ้าน ให้เลือกเก็บหินที่ถูกใจได้เลย เพราะวันนี้เราเดินผ่านที่ Cruz de Ferro กัน

ทางเดินขึ้นเขาไม่ยากมาก ทางดี ไม่ต้องปีนป่าย แค่ไกล และบางช่วงก็มีความชัน วันนี้เริ่มเห็นคนขี่จักรยานมาแชร์ทางเดินกัน บางคนขี่จักรยานไฟฟ้า ส่วนบางคนมาจักรยานจริง ๆ ปั่นขึ้นเขากันยาว ๆ ฟิตมาก
ระหว่างทางอากาศดี และวิวสวยมาก เห็นเทือกเขาลิบ ๆ พร้อมกับกังหันปั่นลมอยู่เป็นระยะ เดินขึ้นไปมีหอบ สักพักก็ถึง Cruz de Ferro ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่อยู่เกือบจะสูงที่สุดของเส้นทาง Camino France

Cruz de Ferro เป็นเสาไม้และมีไม้กางเขนเหล็กอยู่บนยอด เชื่อว่าบริเวณนี้เป็นบริเวณอนุสาวรีย์เก่าแก่ตั้งแต่สมัยโรมัน ภายหลังถูกเปลี่ยนเป็นอนุสาวรีย์ทางศาสนาคริสต์ มีความเชื่อตั้งแต่สมัยโบราณว่า เมื่อ pilgrim เดินผ่านสถานที่แห่งนี้จะวางหินไว้ เป็นเครื่องหมายของการปลดเปลี้องภาระ ทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ซึ่งจะเห็นว่า บริเวณรอบ ๆ อนุสารีย์จะมีก้อนหินหน้าตาลักษณะต่างๆ กัน มีการเขียนชื่อ หรือข้อความบนก้อนหิน มากมาย


หลังจากผ่าน Cruz de Ferro ไป เราเดินขึ้นเขาไปอีกเล็กน้อย จะถึงจุดที่สูงที่สุดของ Camino France ที่หมู่บ้าน Manjarín หลังจากนั้นเป็นช่วงเดินลงเขายาว ๆ ทางลงเดินค่อนข้างยาก เรียกว่ายากที่สุดของเส้นทางเดินของเรา ในบางช่วงเหมือนกับเดินบนสันเขาทีเดียว ทางส่วนมากเป็นทางหิน และค่อนข้างชัน ตัวช่วยที่ช่วยได้มากคือไม้ hiking และวิวทิวทัศน์ของเทือกเขาข้างทาง ช่วยทำให้มีข้อออ้างในการหยุดพักถ่ายรูป เป็นระยะ ๆ


กว่าจะเดินมาถึงหมู่บ้าน El Acebo ท่ีเล็งไว้สำหรับพักตอนเที่ยง (แน่นอนว่าบ่ายสองกว่า เราเริ่มปรับเวลาได้แล้ว) ก็ถึงกับขาสั่นเลยทีเดียว เพิ่งจะลงมาได้ไม่ถึงครึ่งทางเลย


หลังจากเติมพลังหาอาหารเที่ยงกันแล้ว เรายังต้องเดินต่อไปอีกสักพัก โชคดีที่ทางเดินช่วงนี้ง่ายกว่าช่วงก่อนพักเที่ยง และผ่านหมู่บ้านเงียบ ๆ หลายแห่ง ทางเริ่มยากอีกครั้งก่อนที่จะถึง Molinaseca

เมือง Molinaseca เป็นเมืองที่สวยมากเมืองหนึ่งบนเส้น Camino France มีสะพานข้ามเพื่อเข้าเขตเมือง และมีลำธารไหลผ่าน เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ


วันนี้ที่หน้าโบสถ์ของเมือง Monlinaseca เราเจอคุณลุงคนหนึ่ง ชาวอเมริกัน อายุ 70 กว่า ๆ มารีไทร์อยู่ที่เมืองนี้ แกเล่าว่าเดิน Camino France เต็มเส้น 790 กิโลเมตร ตอนอายุ 70 ค่อย ๆ เดิน โดยใช้เวลา 50 กว่าวัน ในใจเราก็นึกถึงทางลงเขาที่เดินมาวันนี้ ว่าตอนอายุ 70 เราจะเดินไหวไหม ลุงเล่าว่า Camino เปลี่ยนชีวิตแก ตอนเดินก็ไม่ได้อิมแพ็คอะไรมาก แต่พอกลับไปอเมริกา รู้สึกว่าตัวเองไม่ต้องการอะไรมากมาย ทุกอย่างที่ต้องใช้ก็อยู่ในเป้ใบเดียวที่แกแบกตอนเดิน Camino แกเลยขายกิจการ ขายบ้าน แล้วย้ายมาอยู่ที่สเปนคนเดียว ใช้เวลาว่างเป็นอาสาสมัครดูแลโบสถ์ และพูดคุยกับ Pilgrim ที่เดินผ่านมา
แวะเอาเท้าแช่น้ำเย็น ๆ ในลำธาร ดีใจที่ได้มาเดิน และได้หยุดที่เมืองนี้

Camino Quick Stats (ใช้ข้อมูลปี 2019 - ก่อนโควิด)
- 5 ประเทศที่คนมาเดิน Camino เยอะที่สุดตามลำดับคือ สเปน อิตาลี เยอรมัน อเมริกา และโปรตุเกส
- ผู้หญิงมาเดินมากกว่าผู้ชาย ประมาณ 5%
- ปริมาณผู้หญิงที่เดินทางคนเดียวเพิ่มขึ้นทุกปี
สรุประยะเดิน
- ระยะทาง : 24.8 กิโลเมตร
- ระยะเวลาโดยประมาณ : 7 ชั่วโมง
- จำนวนก้าว : 37,500 ก้าว
- ระยะความสูง : เดินขึ้นทั้งหมด 507 เมตร ลงทั้งหมด 1067 เมตร
- ความยากง่าย : เกรด 4/5
- สภาพอากาศ : ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินเขา
- เมือง / หมู่บ้านที่ชอบ : Riego de Ambros (ถ้าอยากหยุดพักก่อนถึง Monlinaseca), Monlinaseca
