Camino Day 9 : Triacastela - Sarria (via Samos) แวะเที่ยวอารามสงฆ์โบราณ เดินผ่านร่มเงาไม้แห่งกาลิเซีย

Camino Day 9 : Triacastela - Sarria (via Samos) แวะเที่ยวอารามสงฆ์โบราณ เดินผ่านร่มเงาไม้แห่งกาลิเซีย
Samos Monastery

จาก Tricastela ไป Sarria มีทางเลือกให้ไปสองทาง ว่าจะผ่านเมือง Sanxil หรือว่าจะผ่านเมือง Samos

เราเพิ่งรู้จักชื่อเมือง Samos เมื่อวาน ว่าเป็นเมืองที่มี Samos Monastery ตั้งอยู่ เป็นอารามเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของสเปน สร้างตั้งแต่สมัยศตวรรธที่ 6 เป็น อารามที่รำ่รวย เนื่องจากควบคุม อารามอื่น ๆ อีกกว่า 300 แห่ง แต่ก็โชคร้ายโดนไฟไหม้ และปล้นไปหลายครั้ง ปัจจุบันมีโบสถ์แบบ Baroque และ Cloister (ระเบียงทางเดินทรงสี่เหลี่ยม ล้อมรอบที่ว่างตรงกลาง) ที่บอกว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดสเปน

หลังจากหาข้อมูลเพิ่มเติม ว่ากันทาง Sanxil ก็ค่อนข้างทุระกันดาน หาที่หยุดได้น้อย คิดไปคิดมาแปดตลบ เราเลยตัดสินใจว่าไปทาง Samos น่าจะน่าสนใจกว่า ถึงแม้ว่าจะเดินไกลกว่านิดหน่อย แค่ 4.5 กิโลเอ๊ง อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ว่าจริง ๆ Samos ก็เป็นจุดค้างคืนที่น่าสนใจ เพราะสามารถเข้าไปร่วมพิธีมิซซาในโบสถ์ได้ แต่รู้ช้าไป ไม่ทันละ แค่แวะเที่ยวคงพอ

เราวางแผนว่าจะไปทัวร์เข้าชม Monastery ตอนสิบโมงเช้า เช้านี้เลยออกเร็วหน่อย ระยะทาง 10 กิโลเมตร กะว่า 2 ชม ครึ่ง น่าจะถึง

ทางออกจากเมือง Triacastela เขียวมาก
ทางออกจากเมือง Triacastela เขียวมาก
บ้านสองชั้น ตัวบ้านมีใบไม้สีเขียวจำพวกไวน์ปกคลุมหมด เหลือแต่ประตู หน้าต่าง และปล่องควันให้เห็น
บ้านในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ผ่าน

เดินตอนเช้า อากาศดี อยู่ในร่มซะเป็นส่วนใหญ่ เจอ pilgrim คู่หนึ่ง เป็น youtuber มาจาก UK คู่นี้น่าสนใจตรงที่เค้าตัดการเดินทางจาก St Jean Pie de Port ออกเป็นช่วง ๆ แล้วค่อย ๆ มาปีละช่วง เห็นว่ามาหลายปีแล้ว แล้ววันนี้วันสุดท้าย เค้าจะจบที่ Sarria แล้วปีหน้าเค้าจะมาเดินต่อให้จบถึง Santiago de Compostela

ทางเดินมีร่มเงาตลอดทาง
ทางเดินมีร่มเงาตลอดทาง

เราก็มัวแต่เพลิดเพลินในการเดิน มองนาฬิกาอีกที เกือบจะไปไม่ทันทัวร์ ต้องวิ่งหน้าตั้งระยะ 250 เมตรสุดท้าย ถึงทันพอดี ทัวร์มีพระที่อยู่ที่อารามพาเดินชม แต่อธิบายเป็นภาษาสเปน เราเลยฟังไม่รู้เรื่อง ข้างในก็สวยได้อยู่แหละ มี Cloister ที่อลังการ สร้างจากหินแกรนิต และมีการวาดรูปกำแพงเล่าเรื่องชีวิตของ Saint Benedict ที่ยังดูใหม่ และสียังสดมาก

Samos Monastery ที่เห็นที่จุดชมวิว ก่อนถึงเมือง Samos
มองเห็น Monastery พร้อมเหลือบมองนาฬิกา ประเมินสถานการณ์ เอาล่ะ ทัน วิ่ง ! 
Samos Monastery เป็นหมู่ตึก ทำให้หิน
ด้านนอกของ Samos Monastery
ภายในสวนของ Samos Monastery
ภายในสวนของ Samos Monastery
ภาพวาดบนกำแพงภายในอาราม
ภาพวาดบนกำแพงภายในอาราม
โดมภายใน Monastery
โดมภายใน Monastery

ออกจาก Monastery เราก็มุ่งหน้าเข้า Sarria ช่วงแรก ทางเดินในร่ม เดินสบาย ๆ แต่หลังเที่ยงช่วง 3 กิโลสุดท้ายค่อนข้างโหด เพราะทางไม่มีร่มเงา และแดดแรงมาก กว่าจะถึง Sarria ก็แรงหมด แถมมาด้วย sun rash อีก หายาแก้แพ้มาทา ก็อาการดีขึ้น

ทางเดิน ช่วงเช้า ยังร่มรื่นอยู่
ทางเดิน ช่วงเช้า ยังร่มรื่นอยู่
ทุ่งข้าว
เร่ิมผ่านโซนเกษตรกรรม

Sarria เป็นเมืองที่รวม Camino หลาย ๆ สายเข้าด้วยกัน คนที่จะมาเดิน 100 กิโลสุดท้ายเพื่อให้ได้ใบประกาศนียบัตร ก็จะมาเริ่มที่ Sarria เมืองนี้เป็นเมืองใหญ่ มีร้านอาหาร ร้านขายของ ขายยาครบถ้วน และมีโบสถ์หลายแห่งที่เข้าไปดูได้ ส่วนพวกเรา มาถึง Sarria ก็หอบแดด และไปต่อไม่ไหวแล้ว จึงข้ามสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ไป

สำหรับคนที่แพลนจะมาค่ำไหนนอนนั่น มีคำแนะนำมาจากหลาย ๆ คนว่า ถ้าเข้า Sarria แล้ว ควรจะจองที่พักล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นจะหาที่พักยาก


สรุประยะเดิน

  • ระยะทาง : 25.8 กิโลเมตร
  • ระยะเวลาโดยประมาณ : 6:15 ชั่วโมง
  • จำนวนก้าว : 41,600 ก้าว
  • ระยะความสูง : เดินขึ้นทั้งหมด 700 เมตร ลงทั้งหมด 910 เมตร
  • ความยากง่าย : เกรด 3/5
  • สภาพอากาศ : ท้องฟ้าปลอดโปร่ง แดดร้อน
Camino Day 10 : Sarria - Portomarín
ปกติระหว่างทางเราจะเดินเจอคนที่คุ้นหน้าคุ้นตา เพราะเดินออกจากเมืองใกล้ ๆ กัน และจบใกล้ ๆ กัน แต่เช้านี้ออกเดินจาก Sarria เราก็เจอกลุ่มคนที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนหลายกลุ่ม น่าจะเพิ่มปริมาณสัก 3-4 เท่า ตลอดทางเรียกได้ว่าเจอคนตลอด ๆ ทีเด็ดของกลุ่มที