Camino Day 7 : Vega de Valcarce - O Cebreiro ขึ้นเขาอีกลูก ทางเดินสวยมาก แต่...
กาลิเซีย กาลิเซีย.. วันนี้เราจะข้ามเขตไปแคว้นกาลิเซีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Cathedral Santiago de Compostela จุดหมายปลายทางของเรากันสักที ใกล้เข้ามาละ
กาลิเซีย เป็นแคว้นที่ได้ชื่อว่ามีป่าไม้เขียวขจี มีภูเขาเยอะ ติดทะเล และขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเล ซึ่งต่างจากทางที่เราเพิ่งจะผ่านมาซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ราบ และค่อนข้างแห้ง โชคดีที่เราจะเข้ากาลิเซีย พร้อม ๆ กับฮีทเวฟ ที่กำลังจะเข้ามา หวังว่าเราจะรอดฮีทเวฟได้ตลอดการเดินทาง
อาหารเช้าวันนี้มีขนมหวานด้วย มีให้เลือกหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ Tarta de Santiago แปลตรง ๆ คือเค้กของเซนต์เจมส์ ซึ่งเป็นขนมเค้กแอลมอนต์รูปหอยเชลล์ ด้านบนของเค้กตกแต่งลายไม้กางเขนของเซนต์เจมส์ มาจากแคว้นกาลิเซีย ซึ่งทำกันตั้งแต่ยุคกลาง อร่อยดีนะ แป้งขาว ๆ ด้านบนมีกลิ่นแอลมอนต์ด้วย

เช้าวันนี้ฝนตกพรำ ๆ แต่เช้า แถมเป็นวันต้องขึ้นเขา เพื่อไปหมู่บ้าน O Cebreiro ซึ่งถือเป็นการข้ามภูเขาลูกสุดท้ายของ Camino France แต่ไม่ได้หมายความว่าต่อไปนี้ทางจะราบนะ ยังมีขึ้นลง เพียงแต่ว่าไม่ได้เดินข้ามภูเขาเท่านั้น
เห็นแฟชั่นวิธีการแก้ปัญหาเรื่องฝนของ pilgrim หลายแบบ ส่วนใหญ่คือใช้เสื้อกันฝนแบบ Poncho คือคลุมทั้งตัว หรือเสื้อที่กันน้ำได้ ที่แหวกแนวหน่อยมีคนทำที่ที่สามารถปักร่มได้ โดยไม่ต้องถือ บางคนใช้ถุงดำคลุม แล้วแต่ความคิดสร้างสรรค์เลย
ทางเดินขึ้นเขา O Cebreiro นี่มีออปชั่นให้เราสามารถเช่าม้าขี่ได้ด้วย น่าจะมีเจ้าของม้าไปด้วย ราคาไม่แพงมากประมาณ 50 ยูโร ลองหาข้อมูลดูเผื่อสนใจ จะได้ไม่ต้องเดินให้เหนื่อย ที่ขึ้นคือหมู่บ้านถัด ๆ จาก Vega de Valcarce ก่อนที่จะเริ่มขึ้นเขา

ทางเดินผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ ลำธารใสแจ๋ว และป่าเขียวชะอุ่ม พอเริ่มอยู่ยอดเขา วิวน่าจะสวยมาก เพราะดอกไม้ป่าสีเหลืองบานตามหุบเขา แต่เราเห็นไม่ไกล เพราะฝนตก และหมอกลง แต่ก็บรรยากาศดีไปอีกแบบ แค่ต้องระวังโคลนลื่น ๆ และขี้ม้า เป็นระยะ ๆ



สักพัก เราเดินผ่านจุดข้ามแดน มีแท่นหินป้ายบอกเขตกาลิเซีย เป็นจุดเด่น ทุกคนต้องชักภาพเป็นที่ระลึก

เดินไปได้ไม่ทันเหนื่อยมาก แค่ประมาณ 4 ชั่วโมงก็ถืงหมู่บ้าน O Cebreiro ฝนก็ตกตามความคาดหมาย มองวิวไม่ค่อยเห็นเลย ขาวไปหมด เราเลยหลบเข้าที่พักก่อน แล้วเย็น ๆ ค่อยออกมาใหม่

พอฝนหยุดตอนเย็น ๆ ก็เริ่มออกมาสำรวจหมู่บ้าน หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านแรกในแคว้นกาลิเซีย ที่เราจะเดินผ่าน ที่นี่มีบ้านแบบโบราณ เรียกว่า Palloza เป็นบ้านทรงรีที่ใช้ฟางทำหลังคา และไม่มีปล่องควันไฟ ไฟจากเตาผิงจะซึมออกมาจากหลังคาฟาง ที่นี่ยังมีมิวเซียมของใช้สำหรับคนพื้นเมืองด้วย แต่เพราะพวกเรามัวแต่หลบฝน จึงออกมาดูไม่ทัน

ที่นี่ยังมีโบสถ์ Inglesia de Santa Maria la Real ที่ทำพิธีมิซซา และอวยพรให้เหล่า pilgrim ทุกเย็น สำหรับพิธีมิซซาที่นี่บรรยากาศค่อนข้างขลัง และทรงพลัง น่าประทับใจดี

ด้านนอกโบสถ์มีรูปปั้นศีรษะของบาทหลวง Don Elias Valina เป็นผู้ที่ทำนายว่าเส้นทาง Camino จะกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง หลังจากหมดความนิยมไป 300 ปี ในช่วงศตวรรษที่ 16 ถึง 19 ท่านอุทิศเวลา 30 ปี ในการทำให้ Camino ฟื้นคืนชีพ กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง โดยการทำการตีพิมพ์หนังสือนำทางสมัยใหม่เล่มแรกในปี 1982 และได้เริ่มฟื้นฟูเส้นทางในการเดินในปี 1985 ซึ่งท่านนี่เองที่ริเริ่มการทำลูกศรบอกทางสีเหลืองเพื่อบอกทางให้ pilgrim จนเป็นสัญลักษณ์ที่เห็นได้ตลอดเส้นทาง

หมู่บ้านนี้เป็นอีกที่ที่ได้รับความนิยมในการมาเริ่มต้นเดิน Camino France และถือเป็นไฮไลท์อีกแห่งหนึ่งในเส้นทางนี้ ด้วยระยะทางเดินที่เหลือที่ไม่ไกล ไม่มีการขึ้นเขาสูง ๆ อีกต่อไป และวิวทิวทัศน์บนยอดเขายังสวยงามอีกด้วย

สรุประยะเดิน
- ระยะทาง : 11.6 กิโลเมตร
- ระยะเวลาโดยประมาณ : 4 ชั่วโมง
- จำนวนก้าว : 21,000 ก้าว
- ระยะความสูง : เดินขึ้นทั้งหมด 750 เมตร ลงทั้งหมด 100 เมตร
- ความยากง่าย : เกรด 3/5
- สภาพอากาศ : ฝนตกปรอย ๆ หมอกลงตลอดทาง
- เมือง / หมู่บ้านที่ชอบ : O Cebreiro
