ประวัติศาสตร์โดยย่อของสเปน เน้นเหตุการณ์ ช่วง Reconquista 🇪🇸
ประวัติศาสตร์โดยย่อของสเปน เน้นเหตุการณ์ ช่วง Reconquista
ถ้าใครเหมือนเรา ดูรูปสถานที่ท่องเที่ยวของสเปนครั้งแรกแล้วงง ว่าทำไมวัฒนธรรมของประเทศนี้ถึงได้ดูผสม ๆ ระหว่าง ชาวคริสต์คาทอลิก มุสลิม และชาวยิว แถมบางที่เรายังเจอสิ่งก่อสร้างของโรมันอีก เพื่อให้เที่ยวให้สนุก เราก็ต้องเข้าใจประวัติศาสตร์ของสเปนแบบคร่าว ๆ ซะก่อน รวมถึงช่วงสำคัญช่วงหนึ่งของสเปนที่เรียกว่าช่วง Reconquista
สเปนตั้งอยู่คาบสมุทรไอบีเรีย ซึ่งโดยทางภูมิศาตร์อยู่ทางตะวันตกสุดของทวีปยุโรป และทางตอนเหนือของประเทศโมร็อกโก โดยมีทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกั้นอยู่ ถ้าดูจากแผนที่ ประเทศรอบ ๆ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่อยากออกมหาสมุทร ก็ต้องล่องเรือผ่านตอนใต้ของสเปนล่ะนะ
ศตวรรตที่ 7 ก่อนคริสตกาล พ่อค้ากรีกมาทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นำต้นมะกอก ต้นไวน์ มาสู่คาบสมุทรไอบีเรีย ตอนนี้สเปนกลายเป็นประเทศส่งออกน้นำมันมะกอกมากที่สุดในโลก ส่วนไวน์ก็มีหลายแห่งที่ดังมาก ๆ อย่างเช่น Rioja
ถึงคิวชาวโรมันเข้ามาต่อจนถึงศตวรรตที่ 4 และได้นำเทคโนโลยีของชาวโรมันได้แก่ ถนน ระบบท่อน้ำ วัด โรงละคร Amphitheathre และโรงอาบน้ำ รวมถึงศาสนาคริสต์ วิธีการผลิตน้ำมันมะกอก และการทำแฮม Jamon สุดอร่อยมา ชาวยิวก้อเข้ามาในช่วงเดียวกัน
หลังจากโรมันหมดยุครุ่งเรื่อง ชาว Visigoths ก็ปกครองดินแดนบริเวณนี้เป็นเวลาต่อมา
และแล้วชาวอิสลามก็เข้ามา..
จนถึงปี 711 ชาวอิสลามเข้ามาจากแอฟริกาเหนือ (พวกเขาถูกเรียกว่าแขกมัวร์) และครอบครองดินแดนในคาบสมุทรไอบีเรีย และช่วงรุ่งเรืองถึงขีดสุด สามารถครอบครองคาบสมุทรไอบีเรียได้เกือบทั้งหมด ชาวคริสต์โดนตีถอยร่นเหลือพื้นที่นิดเดียวทางตอนเหนือ โดยศูนย์กลางของชาวอิสลามอยู่ที่ Cordoba (756-1031) Seville (1040-1248) Granada (1248-1492)
แขกมัวร์ปกครองบริเวณคาบสมุทรนี้ถึง 800 ปี ระหว่างเรืองอำนาจ ก็มีการสร้างโน่นนี่นั่น มัสยิดหลายที่ก็สร้างทับบนโบสถ์เก่าของชาวคริสต์โรมัน ดังนั้นปัจจุบันยังมีสถาปัตยกรรมแบบมัวร์หลงเหลือมากมาย นอกจากนี้การพัฒนาการระบายน้ำเพื่อการเกษตร หรือแม้แต่การเต้นฟลาเมงโก (Flamenco) ก็เชื่อว่ามาจากชาวมัวร์ และในยุคนี้ยังมีการนำความรู้จากกรีก และโรมันกลับมาที่ยุโรป ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับยุคเรเนสซองส์ ต่อไป
The Reconquista - ชาวคริสต์ยึดพื้นที่คืน
การยึดคืนพื้นของชาวคริสต์ที่เริ่มในปี 722 แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดการยึดพื้นที่คืนได้อย่างมีนัยสำคัญเกิดจากการพบหลุมศพที่คาดว่าเป็นของ St James ที่ตอนเหนือของสเปน และเกิดเป็นเส้นทางแสวงบุญ (Camino de Santiago) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากขึ้นมา การที่เดินผ่านแสวงบุญเข้าไปในดินแดนยึดครองของแขกมัวร์ก็แสนจะยากลำบาก คนคริสต์เลยเกิดแรงบันดาลใจในการพยายามเข้ายึดพื้นที่คืนย่ิงขึ้นไปอีก ปี 757 ชาวคริสต์ก็เริ่มยึดพื้นที่ได้ประมาณ 25% ทางตอนเหนือของคาบสมุทรและตั้งเมือง Leon เป็นเมืองหลวง หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยคืบหน้ามากเท่าไหร่ ช่วงนี้ Cordoba เป็นศูนย์กลางของชาวมุสลิม
ช่วงศตวรรตที่ 11-12 มีการเกิดขึ้นของอาณาจักรคริสเตียนเกิดขึ้น อาณาจักร Castile, Aragon และ Portugal ก็เกิดขึ้นช่วงนี้ และมีการรวมทัพกันของชาวคริสต์ทำให้สามารถขับไล่ชาวมุสลิมได้มากขึ้น ตอนนี้ศูนย์กลางชาวมุสลิม ถอยร่นมาอยู่ที่ Seville และ Granada ตามลำดับ ส่วนศูนย์กลางของชาวคริสต์ย้ายมาอยู่ Toledo
จนในปี 1469 เกิดจากการแต่งงานระดับเมกา ระหว่างสองอาณาจักรซึ่งก็คือ Queen Isabella of Castile และ King Ferdinand II of Aragon เลยมีพลังบุกขึ้นมาและสามารถยึดพื้นที่คืนได้เกือบทั้งหมด ฐานที่ตั้งสุดท้ายของชาวมุสลิมอยู่ที่ Granada
จนในที่สุด ปี 1492 Queen Isabella สามารถยึด Granada ได้สำเร็จ ตอนแรกมีการสัญญาว่าจะให้คนต่างศาสนาสามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่หลังจากนั้นก็เริ่มมีการบังคับ convert คนยิวและคนมุสลิมเป็นคริสต์ ส่วนคนที่ไม่ยอมก็โดนเนรเทศออกไป
เข้าสู่ยุค Golden Age of Empire
ยุคนี้ ควีน Isabella กับ คิง Ferdinand ให้เงินทุนแก่ Christopher Columbus (1492) ซึ่งจริง ๆ แล้วไป โคลัมบัสไปขอทุนกับโปรตุเกสก่อน แต่โดนโปรตุเกสปฏิเสธ จึงมาขอทุนกับราชสำนักสเปนแทน เป็นการออกเรือเพื่อหาเส้นทางการค้าใหม่กับชาวตะวันออก กะว่าจะไปเจออินเดีย จีน ญี่ปุ่น แต่โคลัมบัส กลับไปเจอทวีปอเมริกาแทน เลยเริ่มมีการ colonise ประเทศในแถบอเมริกากลาง และเลยเถิดไป สรุป สเปนเลยยึดพื้นที่จาก แม็กซิโก และเขตต่าง ๆ ในทวีปอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ ขนเงิน ขนทอง และสมบัติกลับสเปน นำมาซึ่งความร่ำรวยของประเทศเสปน จนเป็นประเทศที่ร่ำรวย และทรงอิทธิพลที่สุดในยุโรป และเมืองแห่งศูนย์กลางแห่งความร่ำรวยนี้คือ Seville
ปี 1519 คิง Ferdinand ก็สามารถรวมประเทศสเปนได้สำเร็จ
ลูกสาวของควีน Isabella แต่งงานกับตระกูล Habsberg (สายออสเตรีย) ทำให้ราชวงศ์สเปนต่อมากลายเป็นราชวงศ์ Habsburg
ต่อมา King Philip II รุ่นเหลนของควีน Isabella เป็นช่วงพีคของ Spanish Golden Age แต่ก็ใช้เงิน ใช้อำนาจหนุนคาทอลิกต่อสู้กับโปรเตสแตนต์ และคิงคนนี้คือคนที่ส่งกองทัพเรือ Armada ไปบุกอังกฤษ แต่พ่ายแพ้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนเริ่มการถดถอยของ Spanish Golden Age แล้วคิงคนนี้ก็ย้ายเมืองหลวงจาก Toledo ไปมาดริดในปี 1561
หลังจากนั้นมีกษัตริย์ราชวงศ์ Habsburg (สายออสเตรีย) หลายคน แต่จนพระองค์สุดท้าย ไม่มีลูก ทำให้ได้กษัตริย์คนใหม่ Philip V ส่งตรงมาจากฝรั่งเศสจากราชวงศ์ Boubon (หลานของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 กับราชินี มาเรีย เทเรซ่า เจ้าหญิงจากเสปน) ซึ่งราชวงศ์ Boubon ยังคงเป็นราชวงศ์ในปัจจุบัน
หลังจากนั้นก็เริ่มมีปัญหาภายในประเทศ เกิดจากความเหลื่อล้ำทางสังคม ประชาชนเริ่มมีการอยากเปลี่ยนการปกครอง ช่วงเวลาต่อมาการปกครองก็ตัดไปตัดมาระหว่างระบบสาธารณรัฐ และ ราชวงศ์
Modern History
Fast Forward มาช่วงปี 1936 เกิด Civil war ขึ้นมาระหว่าง นายพล Francisco Franco (พรรค Nationalist) และฝ่ายซ้าย Republican คนสเปนตายถึง 350,000 คน
ปี 1939 Franco ยึด Barcelona และ Madrid สำเร็จ และ Franco ปกครองประเทศแบบเผด็จการเกือบ 40 จนเสียชีวิตในปี 1975 ระหว่างที่สเปนอยู่ภายใต้การปกครองของ Franco มีคนถูกฆ่ากว่า 100,000 คน และมี ปัญญาชน และอาจารย์ถูกคุมขังหลายแสนคน และมีคนบุคคลสำคัญจำนวนมากหนีอออกจากประเทศ
โชคดีที่พอ Franco ตาย เจ้าชาย Juan Carlos ได้ขึ้นมามีอำนาจแทน ได้เปลี่ยนการปกครองเป็นประชาธิปไตยขึ้นมาในปี 1978 และประเทศได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในเวลาต่อมา
สเปนได้เข้าร่วมกับ EU ในปี 1986