Toledo [Madrid One Day Trip] เมืองหลวงเก่าของสเปน - มรดกจากยุคทองของอาณาจักรสเปน 🇪🇸
คนที่มาถึงมาดริดแล้ว มีเวลาเหลือสักวัน และชื่นชอบการดูโบสถ์ หรือเมืองเก่า ต้องห้ามพลาดเมือง Toledo เมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ทางตอนใต้ของมาดริด สามารถนั่งรถไฟจากสถานี Atocha ได้แค่เพียงชั่วโมงกว่า ๆ เท่านั้น
ที่นี่เราจะได้ดูโบสถ์คริสต์ ที่สร้างอยู่บนมัสยิด ที่สร้างอยู่บนโบสถ์คริสต์ยุคโรมันอีกที และที่โดดเด่นมากคือสถาปัตยกกรรมแบบ Mudéjar ซึ่งเป็นงานที่ผสมผสานกันระหว่างมุสลิม และคริสเตียน
ก่อนจะเที่ยว Toledo ขอแนะนำให้แวะไปอ่านประวัติศาสตร์คร่าว ๆ ของสเปนได้ตามลิงค์นี้ https://me-out-about.ghost.io/spain-short-history-reconquista/
เมืองนี้เคยเป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ยุคโรมัน และโดนถูกชาวมุสลิมปกครองในช่วงที่คาบสมุทรไอบีเรียโดนยึด จนกระทั่งปี 1085 King Alongso VI จาก Leon ก็ยึดเมืองนี้สำเร็จ ทำให้เมืองนี้ในช่วงสมัยหนึ่งมีการอยู่รวมกันหลายเชื้อชาติตั้งแต่ชาวคริสต์ ชาวยิว และชาวมุสลิม เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่ทำหน้าที่เหมือนศูนย์กลางการแปลภาษาจากที่นำความรู้จากชาวมุสลิมกลับมาสู่ยุโรป
Toledo มีบทบาทสำคัญในช่วงศตวรรธที่ 16 ซึ่งถือเป็นยุคทองของจักรวรรดิสเปนภายใต้การนำของ Isabella of Castile และ Ferdinand II of Aragon มีศิลปินคนดัง El Greco ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนี้ และฝากผลงานไว้มากมาย และยังเป็นมรดกโลกของ Unesco อีกด้วย
เมืองนี้เน้นดูโบสถ์ มีทั้ง Cathedral โบสถ์จากสมัยโรมัน โบสถ์จากสมัยแขกมัวร์ เยอะมาก เริ่มเลย
ตั๋วรถไฟจากสถานี Atocha มาลงที่สถานี Toledo แล้วนั่งรถเมล์มาลานกลางเมืองเลยก็ได้ หรือว่าถ้าอยากเดินขำ ๆ ชมวิว ก็เดินพอได้ แต่ต้องไต่บันไดช่วงสุดท้ายเหนื่อยหน่อย
ไม่ว่าจะเดิน หรือขึ้นรถไฟมา ก็จะมาเจอที่พลาซ่า Zocodover เป็นจุดรับส่งผู้โดยสารของเมือง ของกินแถวนี้เพียบ มี McDonald's ด้วย เด็ดสุดมีขายเบียร์ On tap คนสเปนนี่บริโภคแอลกอฮอลล์เยอะจริง
ตอนที่ไปเป็นช่วงหลังเทศกาล Corpus Christi ของ Toledo มีการประดับธง และดอกไม้ทั่วเมือง เห็นว่าเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของเมือง ตกแต่งเมืองให้สุดกันไป
เมืองจะเป็นแบบเมืองเก่า มีตรอกซอกซอยเล็ก ๆ น้อย ๆ บนถนนหิน แถมบางส่วนก็มีความชันนิดหน่อย สถานที่ท่องเที่ยวก็อยู่ในระยะที่เดินถึง และนักท่องเที่ยวจะเดินกันเป็นส่วนมาก ยังไงก็เตรียมตัวเผื่อการเดินกันเยอะ ๆ


The Cristo de la Luz
ที่นี้เป็นมัสยิด / โบสถ์ ที่น่าสนใจเพราะเป็นตัวอย่างที่ดีมากของสถาปัตยกรรมแบบ Mudéjar มัสยิดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 999 เพื่อเป็นมัสยิด ซึ่งสร้างขึ้นบนโบสถ์เก่าของชาว Visigoths ซึ่งสร้างอยู่บนถนนของชาวโรมันอีกที โห หลายเลเยอร์จริง ๆ
มีเรื่องเล่าเมื่อ King Alongso VI เข้ามาในเมืองหลังจากได้ชัยชนะเหนือชาวมุสลิม ก็ขี่ม้าผ่านมัสยิดนี้ ม้าก็คุกเข่าลง ทำให้คิงเข้าไปในมัสยิด และค้นพบไม้กางเขนที่ถูกซ่อนอยู่ในมัสยิด หน้าโบสถ์จะมีหินสีขาวอยู่บนถนน 1 ก้อน ตรงนั้นแหละที่เรื่องเล่าว่าม้ามาหยุดคุกเข่าอยู่ตรงนั้น
ด้านนอกคือศิลปะแบบ Mudéjar ที่ประกอบด้วยอิฐ กระเบื้อง โครงสร้างรูปเกือกม้า และประตูโค้ง
ด้านในมีการเอาเสาโรมันมาสร้างมัสยิด แต่ละเสาจะมีหน้าตาไม่เหมือนกันซึ่งเพราะเอาเสาจากที่อื่นมา reuse สร้างมัสยิดนี้ หลังคามัสยิดแต่ละช่องก็หน้าตาไม่เหมือนกัน


ยังไม่พอด้านในเป็นโถงเล็ก ๆ แต่มีพระเยซูบนไม้กางเขนขึงลอยอยู่ตรงกลาง ตรงขอบของเสาด้านข้างของโถงก็มีลวดลายวาดเป็นลายภาษาอารบิกอยู่

Sinagoga de Santa María La Blanca
Sinagoga แห่งนี้สร้างในสมัยศตวรรธที่ 12 เพื่อเป็นสุเหร่าสำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวยิวมาก่อน ต่อมาถูกแปลงมาเป็นโบสถ์ แต่พอเดินเข้าไป กลับให้ความรู้สึกเหมือนมัสยิดมากกว่า
ด้านในประกอบด้วยเสามากมายหลายต้น แต่ละต้นเชื่อมกันด้วยประตูโค้งรูปเกือกม้า ที่นี่ก็เป็นหนึ่งในหลายที่ของเมืองนี้มีสถาปัตยกรรมแบบ Mudéjar
ในสมัยที่นโปเลียนยึดสเปน ที่นีเคยเป็นที่เก็บคลังแสง แล้วก็โดนระเบิด ภายหลังซ่อมใหม่ ผนังด้านในทั้งหมดจึงเป็นกลายเป็นสีขาวล้วน


Monasterio de San Juan de los Reyes
ถัดไปไม่ไกล เป็น Monastry ที่ถูกสร้างขึ้นโดย Queen Isabella และ King Ferdinand II ให้แก่ Prince John ลูกชาย
ด้านในเป็น Cloister และมีสวนอยู่ตรงกลาง ตึกด้านหนึงคือโบสถ์ที่ถูกวางแผนสร้างไว้เพื่อที่ไว้ฝังพระศพของ Queen Isabella และ King Ferdinand II สังเกตได้จากเสามีตัวหนังสือประดับเป็นรูปตัว Y (Isabella) และ F (Ferdinand) แต่ต่อมา Queen Isabella และ King Ferdinand II สามารถยึด Granada ได้ จึงไม่ได้ฝังพระศพของสองพระองค์ไว้ที่นี่ แต่ก็ไม่เสียเปล่า เพราะที่นี่กลายเป็นโบสถ์ที่คนนิยมมาทำพิธีแต่งงานแทน




Santa Iglesia Catedral Primada de Toledo
อีกที่ที่สายดูโบสถ์ห้ามพลาด คือ Cathedral ประจำเมือง เข้าไปดูเหอะ กินข้าวให้อิ่มก่อนเข้าไปด้วย มันใหญ่ และของเยอะมาก
โบสถ์เป็นแบบโกธิค เข้าไปจะมืด ๆ หน่อย เท่าที่สังเกต โบสถ์ใหญ่ ๆ ของสเปนยุคนี้ จะมี Main Altar อยู่หลังตะแกรงเหล็ก ไม่แน่ใจว่าทำไม ที่นี่ก็เช่นกัน


Sacristy and Treasury (ห้องเก็บสมบัติ) มีรูปวาดของศิลปินสเปนเยอะมาก จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็น Art Gallery ดี ๆ อีกแห่งหนึ่ง มีรูปของทั้ง Greco, Goya, Caravaggio, Tiziano, Van Dick, Orrente, Tristán และอื่น ๆ
ด้านหลังหลบมุมไปหน่อยเป็น Chapter House เป็นห้องประชุมของ Cathedral Chapter (น่าจะเป็นบาทหลวงผู้บริหาร Cathedral) ทั้งห้องมีรูปของ Archbishops ของ Toledo ตั้งแต่คนแรก (รูปก็จะแบบรูปวาด ๆ ว่ากันว่า ก็วาดมั่ว ๆ นิดนึง) จนถึงคนปัจจุบัน (อันนี้เหมือนของจริง) ห้องนี้สวยมาก ๆ เพดานเป็นลวดลายสีทอง ต้องแวะดู
ด้านหลังของโบสถ์ มี altarpiece El Transparente งานแบบบาร็อค เชื่อมถึงเพดานโบสถ์ซึ่งทำช่องแสงให้ส่องลงมาชิ้นงานด้านล่าง

สมบัติชิ้นสำคัญของ Cathedral นี้คือ Monstrance of Arfe ซึ่งเป็นของ Queen Isabella ทำด้วย ทอง 18K ถึง 18 กิโลกรัมและเงินถึง 183 กิโลกรัม ว่ากันว่าส่วนหนึ่งนำมาจากโลกใหม่โดยโคลัมบัส


นอกจากนี้ Cathedral นี้ยังมี Cloister ที่มีทางเดินที่สวยงาม เหมาะกับการแวะพักสมองจากการดู Cathedral ด้านใน อย่าลืมแวะดู Chapel of Saint Blaise ที่อยู่สุดทางเดิน เป็น chapel เล็ก ๆ สร้างในปี 1397 แต่ยังคงสีสันบนโดม และกำแพงไว้อย่างสวยงาม



Iglesia de Santo Tomé
ที่สุดท้ายที่อยากให้แวะไปดูคือ Iglesia de Santo Tomé ตามสไตล์ของ Toledo โบสถ์แห่งนี้สร้างอยู่บนมัสยิดเก่า และมีการปรับสถาปัตยกรรมแบบมุสลิมให้เป็นแบบ Mudéjar แต่ส่ิงที่เป็นไฮไลท์ของโบสถ์นี้ ไม่ไช่โบสถ์ แต่เป็นรูปวาดชิ้นโบว์แดงของ El Greco หรือ The Greek ศิลปินชาวกรีกที่มาใช้ชีวิตที่ Toledo และมีผลงานดัง ๆ มากมาย

รูปดังกล่าวอยู่บนฝาผนังของโบสถ์ มีขนาดใหญ่มาก แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการฝังศพของ Count of Orgaz ซึ่งในรูปแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนล่างคือส่วนบนโลกที่กำลังทำพิธีฝังศพอยู่ โดยมีนักบุญ 2 คน ลงมาจากสวรรค์มาช่วย รอบ ๆ เป็นคนที่เป็นบุคคลสำคัญ ของ Toledo ในช่วงนั้นมาเข้าร่วมพิธี ซึ่งแต่ละคนที่การวาดใบหน้าอย่างละเอียด หนึ่งในคนที่มาร่วมงานศพมี El Greco อยู่ด้วย ส่วนเด็กด้านหน้าคือลูกชายอขง El Greco เอง
ตรงกลางรูปมีดวงวิญญาณของ Count ที่กำลังขึ้นไปส่วนบน ซึ่งก็คือสวรรค์ เพื่อไปเข้าเฝ้าพระเยซู พระแม่มารีย์ และนักบุญทั้งหลาย
รูปของ El Greco จะมีความเป็นเอกลักษณ์มาก ด้วยสีสันที่คอนแทรส ดวงตาพราว ราวการ์ตูนตาหวาน และรูปร่างของคนในรูปจะดูสูงและลีน จะดูเหนือธรรมชาตินึดนึง

ที่ Toledo ยังมีโบสถ์ มัสยิด สุเหร่า อีกหลายแห่ง หลายแห่งเค้าก็ว่าดี แต่เราไม่ได้เข้าไปดู แต่ที่ได้แนะนำไว้ ก็พอแล้ว สำหรับ 1 วัน หากอินกับการดูงานประเภทนี้ แนะนำให้แพลนไว้ 2 วัน 1 คืนจะดีกว่า ไม่งั้นมันจะเยอะเกินไป แล้วจะเที่ยวไม่สนุก